สามพันโบกเมืองอุบล ดินแดนมหัศจรรย์ริมน้ำโขง

 ชื่อของ "สามพันโบก" หรือแกรนด์แคนยอนเมืองไทย เป็นที่เลืองชื่อลือนามถึงความมหัศจรรย์และความงดงาม ที่แต่ละปีจะเผยโฉมโผล่พ้นน้ำออกมาให้ได้ยลความงามเพียงแค่ช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนพฤษภาคมเท่านั้น เพราะในช่วงฤดูน้ำหลาก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ตุลาคม สามพันโบกจะซุกซ่อนความอัศจรรย์ไว้ใต้แม่น้ำโขงอย่างมิดชิด 

          สามพันโบก
สามพันโบก
สามพันโบก

สามพันโบก

สามพันโบก

สามพันโบก

สามพันโบก

สามพันโบก

          สามพันโบก ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก ซึ่ง "โบก" หรือ "แอ่ง" หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เกิดจากการที่กระแสน้ำได้พัดพาก้อนกรวด หิน ทราย และเศษไม้ กัดเซาะขัดแผ่นหินทรายให้เกิดเป็นหลุมแอ่ง มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมากมาย

          สำหรับในช่วงหน้าแล้ง "สามพันโบก" จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นคล้ายเป็นภูเขากลางลำน้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแห่งใหญ่ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป หินบางก้อนถูกกัดกร่อนคล้ายงานแกะสลักเป็นรูปสัตว์ รูปดาว รูปมิกกี้เมาส์ หรือรูปต่าง ๆ ตามแต่เราจะจินตนาการกว่า 3,000 โบก 

สามพันโบก

สามพันโบก

          โดยเฉพาะทางเข้าของแกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขง ที่มีหินสวยงามลักษณะคล้าย "หัวสุนัข" ซึ่งก็มีตำนานเล่าขานกันต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าแต่ก่อนมีเจ้าเมืองเป็นผู้เรืองอำนาจประทับใจความงามของสามพันโบก จึงได้ส่งเสนามาศึกษาเพิ่มเติม เมื่อมาแล้วพบขุมทรัพย์เป็นทองคำ จึงให้สุนัขเฝ้าทางเข้าจนกว่าเจ้าเมืองจะออกมา เมื่อเจ้าเมืองได้เห็นสมบัติเกิดความโลภ กลัวเสนาจะได้ส่วนแบ่งจึงได้ออกไปทางอื่น สุนัขผู้ภักดีก็เฝ้ารออยู่ตรงนั้นจนตายในที่สุด บางตำนานก็ว่าลูกพญานาคในลำน้ำโขงเป็นผู้ขุดเพื่อให้เกิดลำน้ำอีกสายหนึ่ง และได้มอบหมายให้สุนัขเป็นผู้เฝ้าทางระหว่างการขุด จนกระทั่งสุนัขได้ตายลงกลายเป็นหินรูปสุนัขในที่สุด

          อย่างไรก็ตาม ในอดีตสามพันโบกเป็นแหล่งที่ชาวบ้านมาจับปลาในหน้าแล้งตามหลุมแอ่ง โบก และสระบุ่ง เนื่องจากลุ่มแอ่งจำนวนมากมายเหล่านี้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดจำนวนมาก ที่ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงใช้สำหรับการดำรงชีพ แต่ต่อมาเริ่มเป็นที่รู้จักและปรากฎสู่สายตานักท่องเที่ยว เมื่อ นายเรืองประทิน เขียวสด ครูโรงเรียนบ้านสองคอน ได้พบความงามของสามพันโบก จึงได้ชวน นายสมชาติ เบญจถาวรอนันท์ เว็บมาสเตอร์ไกด์อุบลดอทคอม, นายชาย บุดดีวัน ผู้ใหญ่บ้านโป่งเป้า และ อบต.เหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมแคมปิ้ง เพื่อการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเว็บไซต์

          ซึ่งก็ได้รับความ สนใจจากกลุ่มคนชอบท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี และได้นำแหล่งท่องเที่ยวนี้ เข้าในกิจกรรมท่องเที่ยวแม่น้ำโขง จนทำให้ "สามพันโบก" กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวติดอันดับประเทศเลยทีเดียว



สามพันโบกสามพันโบก

          ทั้งนี้ บริเวณนี้มีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ หาดสลึง เป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำโขง และ ปากบ้อง เป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างเพียง 56 เมตร ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือมีแก่งใหญ่ขวางลำน้ำโขง เรียกว่า หินหัวพะเนียง ทำให้แม่น้ำโขงแยกเป็นสองสายจึงเป็นที่มาของบ้านสองคอน
สามพันโบก

สามพันโบก

สามพันโบก การเดินทาง

          สามพันโบก ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 120 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอำเภอตระการพืชผล ไปยังอำเภอโพธิ์ไทร ด้วยระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร และเดินทางต่อไปยังบ้านสองคอน เข้าไปหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร 

          ทั้งนี้ การเดินทางไปสามพันโบกสามารถไปได้ 2 ทาง คือ ทางรถยนต์และทางเรือ ดังนี้...

          1. เดินทางท่องเที่ยวทางเรือ : นิยมนั่งเรือจากหาดสลึงที่บ้านปากกะกลาง ตำบลสองคอน ล่องตามลำน้ำโขงระยะทาง 4 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่าน "ปากบ้อง" จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขง หาดสลึง หินหัวพะเนียง เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือ "สองคอน" ในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอนและสามพันโบก ศิลาเลข หาดหงส์

          2. เดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ : หากต้องการไปชมสามพันโบกอย่างเดียว ก็สามารถขับรถไปที่นั่นเพื่อชมความงามได้เลย เพราะที่สามพันโบกรถยนต์สามารถเข้าไปจอดได้เลย

สามพันโบก แผนที่

การรักษาความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องใช้ยา


การรักษาความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องใช้ยา
ไม่ว่าคุณจะมีเชื้อชาติอะไร เพศ อายุเท่าใด คุณสามารถป้องกันความดันโลหิตสูง หรือการรักษาความดันโลหิตสูงโดยที่ไม่ต้องใช้ยาโดยวิธีการดังต่อไปนี้ที่เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือการรักษาความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องใช้ยา
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคำแนะนำความดันที่ลด
น้ำหนักรักษาน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายไม่เกิน 235-20 มม.ปรอท/ นน 10 กกที่ลด
รับประทานอาหารตามหลักของDASHรับประทานผัก ผลไม้ให้มาก ลดอาหารที่มัน และไขมันอิ่มตัว8-14 มม.ปรอท
งดเค็มปริมาณโซเดียมน้อยกว่า 100 mEg/L(เกลือน้อยกว่า 6 กรัม/วัน)2-8 มม.ปรอท
การออกกำลังกายออกกำลังกายวันละ 30นาทีอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์4-9 มม.ปรอท
ลดการดื่มสุราชายน้อยกว่า 2 หน่วย หญิงน้อยกว่า 1 หน่วย2-4

  1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกต หากคุณอ้วนให้รีบลดน้ำหนัก
  2. เกลือ 1/4 ช้อนชาเท่ากับโซเดียม 500 มิลิกรัม
    เกลือ 1/2 ช้อนชาเท่ากับโซเดียม 1000 มิลิกรัม
    เกลือ 2/3 ช้อนชาเท่ากับโซเดียม 1500 มิลิกรัม
    เกลือ 1 ช้อนชาเท่ากับโซเดียม 2400 มิลิกรัม
  3. ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  4. เลือกอาหารมี่มีเกลือต่ำ
  5. ให้ลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  6. งดบุหรี่ เป็นวิธีการที่ได้ผลดีในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  7. ัดการเรื่องความเครียด
  8. รับประทานอาหารที่มีคุณภาพโดยการลดอาหารเค็ม ลดอาหารมันเพิ่มผักผลไม้
  9. รึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่เพราะมียาบางตัวทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
  10. การจะใช้ยาคุมกำเนิดต้องปรึกษาแพทย์
หลักการดังกล่าวสามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูงได้ ที่สำคัญคือต้องงดบุหรี่
woman getting weighed
เมื่อน้ำหนักเพิ่มความดันก็จะเพิ่ม คนอ้วน จะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงมากกว่าคนปกติ 2-6 เท่า วิธีการลดน้ำหนักที่ดีควรจะลดไม่เกินสัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัมโดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีพลังงานน้อยร่วมกับการออกกำลังกาย วิธีการลดน้ำหนักมีดังนี้
  • เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำ จะให้พลังงานน้อย อาหารที่ให้พลังงานมากควรหลีกเลี่ยงได้แก่ เนย น้ำสลัด เนื้อติดมัน เนื้อติดหนัง นมสด ของทอด เช่นปลาท่องโก๋ กล้วยแขก ไก่ทอด เค้ก คุกกี้ ให้เลือกอาหารที่มีพลังงานน้อยเช่น ใช้อบหรือเผาแทนการทอด เลือกไก่ไม่ติดหนัง ปลา ดื่มนมพร่องมันเนยแทนนมสด รับประทานผักให้มาก
  • เลือกอาหารที่มีแป้งและใยให้มาก 
  •  ใช้จานใบเล็กและห้ามตักครั้งที่สอง ควรจดรายการอาหารที่รับประทานทุกครั้ง ไม่ควรรับประทานอาหารว่างขณะดูทีวี ไม่ควรงดอาหารมื้อหนึ่งแล้วชดเชยมื้อต่อไป
  • ให้เพิ่มออกกำลังกายเพิ่ม การออกกำลังกายหรือการทำงานบ้านจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน ทำให้น้ำหนักลดตารางข้างล่างจะแสดงพลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย
    1. ให้ร่างกายได้ใช้พลังงานให้มาก การออกกำลังกายนอกจากทำให้น้ำหนักลดแล้วยังลดไขมัน cholesterolในเลือด และเพิ่ม HDL นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ท่านผู้อ่านยังสามารถทำให้ร่างกายมีการออกกำลังอยู่ตลอดเวลา เช่นใช้บันไดแทนลิฟท จอดรถก่อนถึงที่ทำงานแล้วเดินต่อ ขี่จักรยานแทนการนั่งรถ ตัดหญ้า ทำสวน ไปเต้นรำเป็นต้น ผู้ป่วยสามารถออกกำลังได้เลยโดยที่ไม่ต้องปรึกษาแพทย ์นอกจากท่านจะมีอาการดังต่อไปน ี้ขณะออกกำลังกาย แน่นหน้าอก จะเป็นลมขณะออกกำลังกาย หายใจเหนื่อยเมื่อเริ่มออกกำลังกาย หรืออายุกลางคนโดยที่ไม่ได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายควรออกแบบ aerobic คือออกำลังกายแล้วร่างกายใช้ออกซิเจนเพื่อให้พลังงาน ควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ2-5 ครั้งยิ่งออกกำลังกายมากจะช่วยลดความดันโลหิตลงได้มาก มีรายงานว่าสามารถลดระดับความดันโลหิตลงได้ 5-15 มิลิเมตรปรอท ตารางแสดงแนวทางการออกกำลังกาย
      
    1. เลือกอาหารที่มีเกลือต่ำ การลดอาหารเค็มจะช่วยป้องกันและลดความดันโลหิตอ่านที่นี่
      ได้ โดยทั่วไปห้ามกินเกลือเกิน 6 กรัมหรือ 1 ช้อนชา(เท่ากับ โซเดียม 2400 มิลิกรัม) แต่แนะนำให้รับประทานเกลือ 1500 มิลิกรับเทียมเท่าปริมาณเกลือ 4 กรัมหรือ2/3 ช้อนชาท่านผู้อ่านไม่ควรปรุงรสอาหารก่อนชิมอาหาร หากปรุงรสอาหารเองต้องเติมเกลือให้น้อยที่สุด   ตัวอย่างอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง  
    • หากท่านซื้ออาหารกระป๋องท่านต้องอ่านสลากอาหารเพื่อดูปริมาณสารอาหารเลือกที่มีเกลือต่ำ
    • รับประทานอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้ แทนการรับประทานอาหารที่ผ่านขบวนการถนอมอาหาร
    • ไม่เติมเกลือหรือน้ำปลาเพิ่มในอาหารที่ปรุงเสร็จ
    • หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม เช่น หมูเค็ม เบคอน ไส้กรอก ผักดอง มัสตาร์ด และเนยแข็ง
    • อาหารตากแห้ง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม หอยเค็ม กุ้งแห้ง ปลาแห้ง
    • เนื้อสัตว์ปรุงรส ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น กุนเชียง
    • อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่สำเร็จรูป โจ๊กซอง ซุปซอง
    • อาหารสำเร็จรูปบรรจุถุง เช่น ข้าวเกรียบ ข้าวตังปรุงรส มันฝรั่ง
    • เครื่องปรุงรสที่มีเกลือมาก เช่น ซุปก้อน ผงชูรส ผงฟู
    • อาหารหมักดองเค็ม เช่น กะปิ เต้าหู้ยี้ ปลาร้า ไตปลา ไข่เค็ม ผักดอง ผลไม้ดอง แหนม ไส้กรอกอิสาน
    1. จำดัดการดื่มแอลกอฮอล จากการศึกษาพบว่าปริมาณสุราที่ดื่มจะมีส่วนสัมพันธุ์กับระดับความดันโลหิต สำหรับผู้ที่ดื่มสุราปริมาณปานกลาง ระดับความดันโลหิตจะลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะกลับสู่ปกติ สำหรับผู้ที่ดื่มสุราอย่างมาก (ประมาณห้าเท่าของที่แนะนำ) จะพบว่าระดับความดันโลหิตจะสูงหลังจากหยุดสุรา ดังนั้นจะพบว่าหลังจากดื่มสุรามากในวันหยุดจะมีความดันสูงในวันทำงาน การลดสุราจะทำให้ระดับความดันโลหิตลดลงalcoholic beverages
      • ผู้ชายให้ดื่มไม่เกิน 2 drink(20–30 g ethanol per day) ผู้หญิงไม่เกิน 1 drink(10–20 g
        ethanol per day)   1 drink เท่ากับ
        • วิสกี้ 45 มล.
        • ไวน์ไม่เกิน 150 มล..
        • เบียร์ไม่เกิน300 มล.
    นอกจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นการได้รับโปแตสเซียมแคลเซียม แมกนีเซียม และน้ำมันปลายังช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยบางราย
    ผลไม้ที่มีโปแทสเซี่ยมสูง
    ผักที่มีโปแทสเซียมสูง
    Apple
    Apple juice
    Apricot
    Avocado*
    Banana*
    Cantaloupe*
    Date
    Grapefruit
    Grapefruit juice*
    Honeydew melon*
    Nectarine*
    Orange juice
    Prune*
    Prune juice*
    Raisin*
    Watermelon


    Asparagus
    Beans, white or green
    Broccoli
    Brussels sprouts
    Cabbage (cooked)
    Cauliflower (cooked)
    Corn on the cob
    Eggplant (cooked)
    Lima beans (fresh and cooked)
    Peas, green (fresh and cooked)
    Peppers
    Potatoes* (baked or boiled)
    Radishes
    Squash, summer and winter (cooked)
    • โปแตสเซียม potassium  มีมากในผักผลไม้ปลาถั่วกล้วยน้ำส้มมะเขือเทศ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูงควรจะรับอาหารเหล่านี้เพิ่มเพื่อป้องกันการขาดเกลือโปแทสเซียม
    • แคลเซียม calcium พบมากในนมไข่ผัก
    • แมกนีเซียม magnesium พบมากในผักใบเขียวถั่ว
    • ไขมันน้ำมันปลารับประทานมากจะลดความดันโลหิตได้แต่ไม่แนะนำเนื่องจากจะทำให้อ้วน


วิธีทำข้าวมันไก่


วิธีทำข้าวมันไก่เป็นอาหารจานเดียวที่อิ่มอร่อยของครอบครัว
เครื่องปรุงข้าวมันไก่ เนื้อไก่ ข้าวสาร ขิง กระเทียม ผักชี แตงกวา ซีอิ้ว เต้าหู้ยี้ น้ำส้มสายชูเครื่องปรุงสะโพกหรืออกไก่ 800 กรัม
ข้าวสาร 3 กระป๋อง
เกลือป่น ½ ช้อนชา
ขิงฝานเป็นแว่น 6 แว่น
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี 2 ต้น
แตงกวาลูกใหญ่ 1 ลูก
น้ำเปล่า 7 ถ้วย
เครื่องปรุงน้ำจิ้ม
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
เต้าหู้ยี้ 2 ก้อนเล็ก
น้ำตาลทราย 1 ½  ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ½  ช้อนโต๊ะ
ขิงสับ 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกสด 2 เม็ด

วิธีทำข้าวมันไก่1. นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมัน
วิธีทำข้าวมันไก่ นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมัน

2. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ
วิธีทำข้าวมันไก่ นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา (สังเกตว่าหนังไก่จะเหลืองกรอบก็ตักหนังไก่ขึ้นมาให้หมด) นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอม
วิธีทำข้าวมันไก่ นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอม

4. เมื่อกระเทียมเหลืองได้ที่แล้วก็ให้นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไป
วิธีทำข้าวมันไก่ นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไป

5. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อประมาณ 5 ถ้วย รอจนน้ำเดือดจึงนำไก่ที่เตรียมไว้ลงไปต้ม จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด ให้ตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว
วิธีทำข้าวมันไก่ ต้มน้ำจนเดือด ใส่ไก่ลงไป จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด จึงตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว

6. จากนั้นก็เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ
วิธีทำข้าวมันไก่ เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ

7. เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อต้มไก่อีกประมาณ 2 ถ้วยหรือจนท่วมไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาทีหรือจนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมัน
วิธีทำข้าวมันไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมัน

วิธีทำน้ำจิ้ม
1. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสม
วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสม

2. เติมเครื่องปรุงต่างๆ คือ ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ เต้าหู้ยี้ น้ำตาลทราย และน้ำส้มสายชู ลงไป ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวมันไก่
วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เติมเครื่องปรุงต่างๆ ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่

วิธีเสิรฟ
1. ตัดก้านผักชี ปลอกเปลือกแตงกวา นำไปล้างให้สะอาด นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆ
วิธีเสริฟข้าวมันไก่ นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆ

2. ปรุงรสน้ำซุปไก่ด้วยซีอิ้วขาวและน้ำตาลทรายให้รสชาติกลมกล่อม ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวมันไก่
วิธีเสริฟข้าวมันไก่ ปรุงรสน้ำซุป ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่

3. ตักข้าวใส่จาน นำไก่ที่หั่นไว้วางลงไปบนข้าว วางแตงกวาที่หั่นไว้ข้างๆ จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ
ตักข้าวใส่จาน วางไก่ที่หั่นไว้ลงไป เสิร์ฟพร้อมแตงกวา น้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่ายๆ



     การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อน ย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไป ประกอบเป็นอาชีพเสริมได้และผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ จากการลงพื้นที่ของ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.สงขลา ได้พบกับคุณชา ลี สุวรรณชาตรี อยู่บ้านเลขที่ 319 ม.18 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ. สงขลา เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ ได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลา ดุกด้วยระบบชีวภาพซึ่งมีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้ 

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์
1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
6.ตาข่าย
7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
8.ปูน ทราย หิน
9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

วิธีทำ
หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์
-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
-ปลาไม่เป็นโรค
-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
-ปลาไม่มีมันในท้อง
-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง
1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที
เหตุผลเพื่อ
1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปลาไม่ป่วย
4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6.ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย
1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี


หมายเหตุ : ราคาปลาที่ขายและต้นทุนการผลิตอาจมีการผันแปรตามสภาพแต่ละพื้นที่

ข้อมูลจาก : คุณชาลี สุวรรณชาตรี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก จ. สงขลา
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สงขลา